ชำแหละหุ้น PTT-OR ราคาน่าลงทุนหรือยัง? หลังกองทุนนอร์เวย์ขายทิ้ง ปมเมียนมา
PTT-OR ถูกกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์ประกาศถอนการลงทุนทั้งหมด เหตุมองว่าสนับสนุนความรุนแรงในเมียนมา ส่งผลให้หุ้น PTT-OR ราคาร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง จนแตะระดับต่ำสุดรอบหลายเดือน และหากต่างชาติเทขายหุ้นที่เหลือออกไปทั้งหมด มาดูกันว่าจะกระทบราคาหุ้นมากแค่ไหน และยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่
จากกรณี ธนาคารแห่งประเทศนอร์เวย์ (Norge Bank) สั่งกองทุนบำเหน็จบำนาญ เทขายหุ้นในบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เนื่องจากมองว่าเข้าข่ายสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ซึ่งจากประเด็นดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสเชิงลบต่อราคาหุ้นทั้งสองบริษัท และอาจเป็นเหตุให้กองทุนอื่น ๆ ขายหุ้น OR และ PTT ตามออกมาในภายหลัง
ขณะที่ราคาหุ้นทั้งสองตัวราคาร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสด OR อยู่ที่ระดับ 23 บาทต่อหุ้น ตั้งแต่ต้นปี 65 ปรับลดลง 4.25 บาท หรือ -15.60% และ PTT อยู่ที่ระดับ 31.50 บาทต่อหุ้น ตั้งแต่ต้นปี 65 ร่วงลงมา -19.23% หรือ 7.50 บาท
ล่าสุดวานนี้ (22 ธ.ค.65) OR และ PTT ชึ้แจงผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนความรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยบริษัทฯยืนยันไม่มีการชำระเงินทุนเพิ่มเติมใด ๆ ซึ่งจะเป็นผลต่อการดำเนินกิจการในเมียนมา และบุคคลที่ติดใน sanctions list โดยเด็ดขาด รวมถึง ยังปฏิบัติตามหลักความยั่งยืน (ESG) ซึ่งให้ความสำคัญในด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน์อย่างเคร่งครัด
ซึ่งที่ผ่านมาในปี 2562 OR มีการเข้าไปลงทุนในเมียนมาผ่านการถือหุ้น 35% ใน บริษัท Brighter Energy (BE) เพื่อประกอบธุรกิจค้าส่งและคลังเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างคลังเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ รัฐประหารในปี 2564 OR ได้แสดงเจตนารม ให้ BE หยุดการก่อสร้างคลังดังกล่าว ปัจจุบัน BE จึงยังไม่มีการเปิดดำเนินการใดๆ
ด้านฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส มองว่า PTT จะ ได้รับผลกระทบในแง่ของการถือหุ้น 75% ใน OR และ 63.8% ใน PTTEP ซึ่งได้มีการลงทุนกับ เมียนมา ออยล์ แอนด์ แก๊ส (MOGE) ในโครงการสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งประเทศเมียนมา จำนวน 3 แหล่ง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามสัดส่วนการถือหุ้นแยกตามประเภทสัญชาติของ OR พบว่า สัดส่วนหลักในการถือครอง OR มาจากสัญชาติไทยสูงถึง 96.6% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และมีผู้ถือหุ้นต่างชาติที่ถือครองโดยตรงสัดส่วนรวมกันอยู่เพียง 3.4% ประกอบด้วย
- อันดับ 1 ของ กลุ่มดังกล่าว ได้แก่ สัญชาติบริติช (British) คิดเป็นสัดส่วน 2.1% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งจากการสอบถามไปยังบริษัท พบว่า Norge Bank ถูกนับรวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
- อันดับ 2 ได้แก่ ฮ่องกง ถือหุ้นสัดส่วน 0.6%
- อันดับ 3 สิงคโปร์ ถือหุ้นสัดส่วน 0.5%
ขณะที่ราคาหุ้น OR และ PTT ได้ปรับตัวลงมานั้น คาดว่าสะท้อนความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการขายหุ้นของกลุ่มต่างชาติออกไปแล้วระดับหนึ่ง ซึ่งหากเกิดกรณีที่กลุ่มต่างชาติสัดส่วนที่เหลือขายหุ้น OR ออกมา ทั้งหมดจริง คาดผลกระทบต่อราคาหุ้นจะมีค่อนข้างจำกัด
ด้านปัจจัยพื้นฐานไม่ได้มีผลต่อประมาณการและมูลค่าพื้นฐานแต่อย่างใด โดยฝ่ายวิจัยฯ คาดผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4 ปี 65 OR จะได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของการใช้น้ำมัน ทำให้คาดปริมาณขายจะปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงได้รับ Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกน้ำมัน สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษีจากการเติมน้ำมัน (มาตรการช้อปดีมีคืนปี 2566) ที่สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 ม.ค.- 15 ก.พ. 2566 ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังคง FV ณ สิ้นปี 66 ที่ของ OR ที่ 28.50 บาทต่อหุ้น และ PTT 46 บาทต่อหุ้น แนะนำทยอยสะสมลงทุนระยะยาว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB